วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สูตรหน้าขาวใส มาแล้วจ้า

สูตรหน้าขาวใส มาแล้วจ้า วิธีทําให้หน้าขาวใสไร้สิว สูตรหน้าขาวใส
ใส หน้าใส ผิวสวย สวยใส ไร้สิว - 4 สูตรหน้าใส ง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง 
1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า ล้าง หน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกสัก ครึ่งผล ปั่นให้ละเอียด พอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก

2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส นำ แอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออก

3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน เตรียม โยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็กๆ สัก 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก

4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ ผสม โยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี
ที่มา ladytip.com

สูตรหน้าขาว-ใส มาแล้วจ้า
สูตรที่1. ส่วนผสม 1.น้ำผึ้งประมาณ 6 ช้อนชา 2.มะขามเปียก(ไม่ต้องเอากากนะ) 3.นมจืด 6 ช้อนชา วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งสามมารวมกัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 น. ทำอาทิตย์ละ 2-3ครั้ง

สูตรที่2. ส่วนผสม 1.ไข่ไก่2-3ใบ(เอาแต่ไข่แดงนะ) 2.มะนาว2ช้อนชา วิธีทำ นำไข่แดงมาผสมกับน้ำมะนาวตีให้เข้ากันทาทิ้งไว้5-10น. ทาครีมบำรุงเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื่นด้วยจ้า ทอาทิตย์ละ2ครั้ง

สูตรที่3. ส่วนผสม 1.หัวไซเท้า วิธีทำ ปอกเปลือกหัวไซเท้าแล้วล้างออก ฝานบางเฉียบแล้ววางลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15น.ล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำอาทิตย์ละ 2ครั้ง

สูตรที่4. ส่วนผสม 1.แอปเปิ้ลแดง(ไม่ปอกเปลือก) 2.นมสด วิธีทำ นำส่วนผสมทั้ง2อย่างมารวมกันดูปริมาณที่สมดุลกัน แล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ 2. น.แล้วล้างออก ทำอ่ทิตย์ละ2-3ครั้ง

สูตรที่5. ส่วนผสม 1.มะเชือเทศ 2.แตงกวา วิธีทำ นำมะเขือเทศมาบดให้ละเอียดแล้วมาทาบนใบหน้า เอาแตงกวามาแปะตาไว้จะได้ไม่เป็นหมีแพนด้า

เอาไว้วันหลังจะมาบอกวิธีให้หน้าขาวใสอีกนะ โหวตให้เราบ้างก็แล้วกันนะขอบคุณจ้า ใครมีสูตรอะไรดีๆก็มาเสนอบอกกันได้นะ สูตรอันนี้เรารับประกันไม่ได้ใช้สูตรมั่วนะ เอามาจากหนังสือความงามลองทำดูนะ เป็นไงก็มาบอกกันบ้าง คราวหน้าจะมา บอกวิธีทำให้ผิวสวยหน้าใส ก่อนเข้าวิวาห์ ถ้าใครยังไม่ได้เข้าก็ลองมาทำก่อนได้นะ อย่าลืมโหวตให้นะ บายจ้า ที่มา http://board.narak.com/fashion_and_beauty/topic.php?No=135050

สูตรพอกหน้าหนุ่มๆ
ถึงผู้หญิงจะอยากสวยก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายจะรักสวยรักงามไม่ได้นะค่ะ มาถึงตอนนี้เราก็ได้นำเคล็ดลับสูตรพอกหน้าของหนุ่มๆ มาฝากกันด้วยนะค่ะ ตามมาทางนี้เลยค่ะ 1. น้ำผึ้ง + มะขามเปียก : เอามะขามเปียก มาแยกเม็ด และ ใยออก (แค่พอ ใช้ครั้งเดียว ) + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ในสัดส่วนที่เท่ากันค่ะ ผสมกันเป็นเนื้อเดียวกัน จะข้นมาก ๆ เป็นสีน้ำตาลออกดำเลย เอามาพอกหน้า จะรู้สึกยิบ ๆ ที่หน้าพักหนึ่งแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ ล้างหน้าออกด้วยน้ำอุ่น .. OH George ! มันเยี่ยมอะไรอย่างนี้ .. หน้าขาว ใส สะอาด มาก ๆ เลยค่ะ

2. น้ำผึ้ง + ใบบัวบก : เอาใบบัวบกที่ยอดไม่แก่มากนะค่ะ เอามา 1 กำมือ มาสับ ๆ ๆ ๆ จนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เอาผ้าขาวบาง ( อย่าแอบใช้ที่นึ่งข้าวเหนียวนะค่ะ หุหุ ) มาห่อใบบัวบกที่สับแล้ว คั้นเอาน้ำออกมาก่อนค่ะ ได้สัก 8 - 10 หยด นี้ใช้ได้แล้ว เอา มาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน เอากากของใบบัวบก มาผสม คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จะได้ ครีมพอกหน้าสีดำ ๆ เอามาโปะบนหน้าเลยค่ะ .. ล้างออก อีกแล้นนนน มันวิเศษมากจอร์จ .. เพราะว่า ใบบัวบก จะมีสาร เซนทริล่า ( คือ ตัวเดียวกับใน Smooth E , ครีมหน้าเด้ง ชั้นสูง ฯลฯ ) ใบบัวบก จะช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง เมื่อเซลล์แข็งแรง ก็พร้อมจะทำงานของมันได้อย่างสมบูรณ์

3. น้ำผึ้ง + โยเกริ์ต : อันนี้แนะนำว่า ต้องเป็นโยเกริ์ตรส ธรรมชาตินะค่ะ และต้องล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งก่อนใช้สูตรนี้ ไม่งั๊น สิวจะถามหาเน้อ ไม่มีไร มาก ก็เอามาผสมในอัตราที่เท่ากัน แล้วเอามาพอกหน้า ( ควรเป็น โยเกริ์ตแช่เย็น นะค่ะ)

4. น้ำผึ้ง + กล้วยหอม : เอากล้วยหอมมาปั่นให้ละเอียด ใส่น้ำผึ้งลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นอีกครั้ง จะได้ครีมพอกหน้า สีน้ำตาลขุ่น ๆ เอามาพอกหน้าได้เลยครับ .. วิตามินเอ และ สารพัด วิตามิน จะไปบำรุงผิวหน้าให้ นุ่ม เซลล์ผิวแข็งแรง และ หน้าสะอาดค่ะ

5. น้ำผึ้ง + มะเขือเทศ : อันนี้หรือ . สุดยอดอีกตัวที่มีคนใช่บ่อย พอ ๆ กับ ตัวที่ 1 และ 2 ค่ะ ไม่มีไรมากค่ะ พยายามเลือกมะเขือเทศสด ที่ผิวสีแดง และ ผิวของมะเขือเทศด้านนอก ตึง ใส ไม่เหี่ยว มา 1 ลูกค่ะล้างให้สะอาด เอาเข้าเครื่องปั่นให้ เละเลย ใส่น้ำผึ้งลงไป 1 ช้อนโต๊ะ เอามาพอกหน้า .. OH Double George ! ทำไมหน้ามันสดใส ขาว และ ดูมีน้ำในผิว เช่นนี้ .. อันนี้แหละค่ะ ที่สุดของที่สุด
ที่มา http://saowarose0092.212cafe.com/category/2563/


สูตรหน้าใสไร้สิว
1. น้ำผึ้ง 1 ชอนโต๊ะ
2. ใข่ไก่ (เฉพาะใข่ขาว 1 ช้อนโต๊ะ)
3. มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
4. ผ้าชุบน้ำอุ่น
5.น้ำเย็นจัด 1 แก้ว

- นำผ้าที่ชุบน้ำอุ่นโป๊ะที่บริเวณใบหน้า
- หลังจากนั้นนำส่วยผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน ทาที่ใบหน้า 5 - 10 นาที
- จากนั้นล้างหน้าปกติ ตามด้วยน้ำเย็นจัด
- ชับหน้าให้แจ้งใบหน้าของคุณจะนิ่มทันที
- หลังจากนั้นให้ทาโลชั่นทันทีใบหน้าจะกระชับ
- คุณจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
- ทำอาทิตย์ละ 3 ครั้งก็พอ
สูตรโดยคุณ กัญญาณัฐ 


"มะนาว" สูตรเพิ่มหน้าขาวเนียนใสไร้จุดด่างดำ
เริ่มต้นวันนี้เพื่อผิวที่ดีในวันหน้า
ผิว หน้าของคนเราหลังจากที่ได้โดนแสงแดดลมบ่อยๆ หรือผ่านกับสิ่งสกปรกมานับไม่ถ้วน ทำให้เกิดผิวหน้าหมองคล้ำได้ แต่ถ้าได้ขจัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำออกไปบ้าง ก็จะช่วยให้หน้าขาวผ่องขึ้นได้ เราจึงมีวิธีมาแนะนำกันง่ายๆ ที่สามารถทำเองได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองและไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมีมาฝากค่ะ

นำ มะนาวแช่เย็น 1 ลูก มาผ่าออกเป็น 4 ซีก คั้นเอาแต่น้ำใส่แก้วไว้ จากนั้นนำเปลือกมะนาวไปชุบน้ำมะนาวที่ได้ แล้วมาถูเบาๆ บนใบหน้า กรดผลไม้จะทำปฏิกิริยากับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เพียงคุณๆ ทำอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าจะค่อยๆ ขาวใสขึ้น จุดด่างดำก็จะจางลง แต่อย่าถึงขั้นทำทุกวันล่ะ แค่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็พอ

น้ำมะนาวที่เหลือก็อย่าทิ้งนะค่ะนำมาผสมกับดินสอพอง แล้วพอกส่วนที่ผิวแห้งกร้าน เช่นข้อศอก หัวเข่า ก็จะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

นอก จากจะช่วยทำให้หน้าขาวแล้ว ยังสามารถช่วยขจัดคราบสกปรก เช่นเล็บดำ เล็บโดนขี้โคลนหรือคราบต่างๆ ได้ โดยหลังจากที่คั้นน้ำออกแล้ว อย่านำเปลือกไปทิ้งนะค่ะ นำมาถูเล็บมือกับเล็บเท้าก็จะทำให้เล็บดูขาวเนียนขึ้น และไม่ทำให้เล็บเหลืองด้วย

สวยครบสูตรได้แค่มะนาวลูกเดียว หาซื้อก็สะดวกแถมยังทำได้ง่ายแบบนี้ ต้องลองกันแล้วล่ะค่ะ
ที่มา http://club.myfri3nd.com/club93/webboard/1905/3752


สูตรหน้าขาว ใสกริ๊ง
วิธีต่อไปนี้ เป็นวิธีที่ทำให้หน้าขาว ใส กริ๊งอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

เตรียม สูตรหน้าขาว ใสกริ๊ง
1. แป้งดินสอพอง
2. ขมิ้นหรือไพร
3. มะขามเปียกหรือมะนาว

วิธีทำ
ละลายดินสอพองไม่ต้องแฉะมากให้พอข้น แล้วผสมไพรหรือขมิ้น และมะนาวหรือมะขามเปียก
ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
ใบหน้าของคุณก็จะขาวใสขึ้นค่ะ

ผลลัพธ์
ผิวหน้าจะขาวใสกริ๊งขึ้นค่ะ

หมายเหตุ
สูตรหน้าใส ไร้สิวทุกสูตร ให้เลือกตามสะดวกสูตรไหนก็ได้ ควรทำอาทิตย์ละ 1 ครั้งเท่านั้น
ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=aesthetic&month=26-08-2009&group=5&gblog=16 


สูตรพอกหน้า...เพื่อผิวขาวสว่างใส
มี สูตรเด็ดเคล็ดลับจากพืชพรรณธรรมชาติที่สาวๆ สามารถหาได้ง่ายๆ
และทำเองได้เพื่อใบหน้าใสๆ ไร้สิว ผิวเกลี้ยงเกลา
แต่ยังไงก็ตาม ขอเตือนก่อนสำหรับสาวที่มีผิวที่แพ้ง่ายอาจต้องระวังกันซักนิด

ก่อน จะนำสูตรใสปิ๊งนี้ไปโบ๊ะหน้าของคุณ อาจจะต้องทดสอบกันก่อน
โดยนำส่วนผสมเพียงเล็กน้อยมาแตะทีบางส่วนของใบหน้า
ถ้าไม่รู้สึกคัน หรือแสบร้อนมากๆ ก็เป็นอันว่าใช้ได้

ส่วนผสมสำหรับ 1 หน้า
1. สตอรเบอรี่ 2 ลูก
2. แตงกวาผ่าครึ่ง 1 ซีก
3. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
4. น้ำขิงสดควรคั้นจากราก

นำ ส่วนผสมทั้งหมดมามิกซ์รวมกัน โดยอาจนำเข้าเครื่องปั่น เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว
ให้นำมาพอกทั่วทั้งใบหน้า ยกเว้นบริเวณรอบดวงตาเป็นเวลาประมาณ 10 นาที
อาจรู้สึกแสบนิดๆ แต่ถ้าแสบมากมายให้รีบล้างออกทันที
ถ้าไม่เป็นไรเมื่อทิ้งไว้ครบ 10 นาทีแล้วให้ล้างออก
อาจทำเป็นประจำสัปดาห์ละครั้งหน้าก็จะเกลี้ยงเกลา เบา สบายใจ สาวหน้าใสทุกคน
ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


สวยใส ด้วยสูตรการดูแลตัวเองในวันว่าง
ลองทำตามสูตรความสวยที่เอามานำเสนอดู แล้วจะเชื่อว่า
เราสามารถสวยเด้งได้ด้วยการเมคตัวเอง ขอเพียงมีวันว่างๆ สักวันเท่านั้นแหละ
อะๆ สนใจแล้วรึยังล่ะ ถ้าสนใจแล้วก็เตรียมพร้อม
มาเมคตัวเองให้สวยใสสไตล์เจ้าหญิงกันไปเลย!

06.00 น. ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อให้สมองปรอดโปร่งรับอากาศยามเช้า
แต่ก่อนนอนคืนนั้นจะต้องเข้านอนไม่เกินสี่ทุ่มนะจ๊ะ
ไม่อย่างนั้นอาจจะตื่นมาด้วยสมองที่ก่งก๊งก็เป็นได้

06.15 น. ดื่มน้ำเปล่าสะอาด 1 แก้ว ขอให้เป็นน้ำอุณหภูมิห้องจะดีที่สุด
เพราะร่างกายของเราขาดน้ำติดต่อกันมาหลายชั่วโมงแล้ว
เราจึงต้องรีบเติมน้ำเพื่อให้ผิวริมฝีปากชุ่มชื้น

06.20 น. ออกกำลังกายเล็กน้อย เช่น
อาจจะขยับร่างกายเร็วๆ วิ่งอยู่กับที่สัก 20 นาที เพื่อให้ร่างกายตื่นตัว

07.00 น. อาบน้ำ แปรงฟัน จัดร่างกายให้สะอาดสดชื่น
ที่สำคัญ อย่าอั้นอุนจิเอาไว้ เพราะมันจะกลายเป็นของเสีย
สะสมอยู่ในร่างกายของเรา เราควรถ่ายให้เป็นเวลาทุกเช้า
จะช่วยให้เราสุขภาพดี ผิวพรรณดี ท้องไม่ป่อง และไม่ป่วยง่ายด้วยจ้ะ
ส่วนการแปรงฟันนั้น เราต้องแปรงให้สะอาด
เพื่อขจัดคราบน้ำลายที่เกาะอยู่ตามผิวฟันตลอดทั้งคืน
เราคงไม่อยากอ้าปากอวดกลิ่นน้ำลายเน่าๆ ในปากของเรา
ให้คนอื่นดมหรอกใช่ไหมล่ะ

07.30 น. ถึงเวลาอาหารเช้าแล้ว อาหารมื้อนี้ห้ามงด ห้ามอดนะจ๊ะ
เพราะเป็นมื้อแรกของวัน สำคัญที่ควรกินให้ครบ 5 หมู่
ก่อนกินให้ดื่มน้ำสะอาด 1 แก้ว
และหลังกินเสร็จตามเข้าไปอีก 1 แก้วด้วยล่ะ อย่าลืม

08.00 น. ตอนนี้เรามาเริ่มสร้างบรรยากาศในห้องของเราให้ดูดีกันดีกว่า
เริ่มจากการทำความสะอาด เช็ดฝุ่นออก และจัดห้องให้เป็นระเบียบน่าอยู่
เหตุผลที่ชวนเพื่อนๆ มาจัดห้องเพราะว่า ห้องนอนคือห้องที่เราจะต้องอยู่ทุกวัน
ดังนั้นการที่ปล่อยให้ห้องนอนของเราอมฝุ่น ก็เท่ากับเรานอนสูดฝุ่นที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคทุกคืน
การปล่อยให้ห้องของเราเต็มไปด้วยขยะ ก็เท่ากับเรานอนอยู่บนกองขยะ
และการปล่อยให้ห้องรกอาจจะทำให้สัตว์อันตราย
อย่างงูหรือแมลงมีพิษชอบใจมาขออาศัยอยู่ด้วยก็เป็นได้

นอกจากนี้การทำให้ห้องเราสวยๆ เต็มไปด้วยของกุ๊กกิ๊กน่ารัก
ก็ทำให้เรามีความสุข และทำให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้นด้วย

12.00 น. หลังจากทำความสะอาดห้องเรียบร้อย อย่าลืมล้างมือด้วยล่ะ
จากนั้นก็ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว แน่นอนว่าต้องตามสูตรเดิมคือ
ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำก่อนอาหาร 1 แก้ว และหลังอาหาร 1 แก้วนะจ๊ะ

13.00 น. ถึงเวลาทำสวยให้ร่างกายของเราแล้ว เริ่มต้นจากเส้นผมก่อนเป็นอันดับแรก
วิธีก็คือทำการหมักผมเพิ่มความสวยให้เส้นผมของเราซะ
ส่วนสูตรหมักผม เลือกเอาตามที่นำมาเสนอได้เลย

- ตีไข่แดง + น้ำมันมะกอก + น้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน หมักผมทิ้งไว้ 15 นาที แล้วสระออก
ผมจะนุ่มสลวยเป็นเงางาม มีน้ำหนัก จับสบายมือจ้า

- กล้วยหอมบด + น้ำมันมะกอก + น้ำผึ้ง ตีให้เข้ากันแล้วหมักผมทิ้งไว้ 15 -- 20 นาทีก่อนสระออก
ผมจะนุ่ม เป็นเงางาม น่าสัมผัสมากมายเลยล่ะ

- หัวกะทิ + น้ำมะกรูด ผสมกัน หมักผมทิ้งไว้ 15 -- 20 นาที แล้วสระออก
ผมจะดกดำ นุ่มเป็นเงางาม

- น้ำผึ้ง + น้ำมันมะกอกอุ่มนิดๆ ให้พอร้อน + กล้วยปอกเปลือก + น้ำเปล่าครึ่งถ้วย ผสมกัน
หมักผม 15 -- 20 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ผมสวยเป็นเงางามได้จ้ะ

- ส่วนใครที่ไม่ชอบที่ส่วนผสมยุ่งยาก อาจจะทำได้โดยซื้อครีมหมักผมมาหมักผมทิ้งไว้
ถ้าจะให้เริ่ดก็อบไอน้ำไปเลย ผมจะได้นุ่มสลวยสวยเก๋ไงจ๊ะ

หลังจากหมักผมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนของการพอกหน้าใสเด้งๆ
ทำตามขั้นตอนและเลือกสูตรใดสูตรหนึ่งตามคำแนะนำได้เลยจ้า

1. ล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งล้างเครื่องสำอาง โลชั่นกันแดด
หรือโลชั่นบำรุงผิวที่อุดตันออกให้หมด จากนั้นตามด้วยโฟมล้างหน้า 1 รอบ

2. เช็ดหน้าให้สะอาด เริ่มต้นบำรุงผิวหน้าด้วยสูตรที่จะแนะนำได้เลย
- นำกล้วยหอม + นมจืด + มะนาว + โยเกิร์ต + น้ำผึ้งมาผสมรวมกัน
จากนั้นก็นำไปปั่นแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก
จากนั้นทิ้งไว้ 5 นาที แล้วพอกซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำผึ้ง ทิ้งไว้อีก 15 นาที
ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนๆ เท่านี้ก็เรียบร้อย

- นำแอปเปิ้ลมาปอกเปลือกแล้วเอาไปปั่น ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นให้เข้ากัน
แล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำนมและตามด้วยน้ำสะอาด

- สำหรับคนหน้ามันโดยเฉพาะ ให้นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติแช่ให้เย็นเฉียบ
จากนั้นนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วเช็ดออก เท่านี้หน้าก็จะใสปิ๊งๆ

- ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆ นำมาวางบนใบหน้า คลุมทับด้วยผ้าสะอาด
ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

เอาล่ะ เมื่อหน้าใสปิ๊งกิ๊งสุดๆ กันแล้ว
เราก็มาดูแลผิวกายของเราด้วยการขัดสีฉวีวรรณ ทำตามได้ดังนี้เลยจ้า

1. เก็บผมของเราให้เรียบร้อยก่อนด้วยหมวกคลุมผมนะ
2. เข้าตู้อบไอน้ำ (ถ้ามี) เพื่อให้ผิวเปิด และชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน
3. รองน้ำอุ่นลงอ่างอาบน้ำได้เลย
4. ระหว่างรอน้ำอุ่นเต็ม ให้เริ่มต้นราดตัวด้วยน้ำอุ่น แล้วเทสครับลงบนมือ
จัดการขัดตัวให้เรียบร้อยโดยการขัดเบาๆ หมุนวนทวนเข็มนาฬิกาทุกส่วน
ส่วนไหนขัดไม่ถึง เช่นหลังให้ใช้ใยบวบ แปรงขัดผิว หรือฟองน้ำช่วย
5. ล้างตัวให้เรียบร้อยด้วยน้ำอุ่นอุณหภูมิห้อง
6. เอาล่ะ น้ำเต็มอ่างแล้ว ปิดน้ำ แล้วเทหัวเชื้อน้ำนมลงอ่าง
(มีขายตามร้านความสวยความงามทั่วไปจ้ะ) ผสมให้เข้ากัน
แล้วลงไปนอนแช่ให้สบายใจสัก 20 นาที
7. ระหว่างนี้ถ้าจะให้เวิ้ร์ก น่าจะมีเทียนหอมเพิ่มความผ่อนคลายนิดนึง
8. ลุกจากอ่าง เช็ดตัวให้แห้งด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ
9. ทาโลชั่นบำรุงผิว เป็นอันเสร็จพิธี

17.00 น. อาบน้ำทำสวยเรียบร้อย โหย...ใกล้หมดวันเต็มที
ทีนี้ก็ถึงเวลาอาหารเย็น อย่าลืมสูตรเดิมนะ ดื่มน้ำก่อนกินอาหาร 1 แก้ว
และหลังกินอาหาร 1 แก้ว มื้อเย็นนี้ ถ้าจะให้ดีไม่ควรจะกินมื้อใหญ่
เอาแค่พออิ่มก็พอแล้วล่ะ

18.00 น. อนุญาติให้พักผ่อน ทำอะไรก็ได้ตามอัธยาศัย แต่ต้องไม้หักโหม
อย่าลืมว่าวันนี้เป็นวันที่เราจะทำตัวเป็นเจ้าหญิง ดังนั้นให้ใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่
อาจจะเปิดรายการโปรดดู นอนฟังเพลง ไปเดินเล่นในสวน นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ
ก็ตามแต่เราจะสบายใจได้เลย ถ้าเป็นไปได้ วันนี้ปิดโทรศัพท์ซะ
ขออยู่สบายๆ งดคุยกับใครชั่วคราว

21.00 น. เตรียมตัวเข้านอน ให้ล้างหน้าอีก 1 รอบ ทาครีมบำรุงผิวหน้า
แปรงฟันให้สะอาด ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว จากนั้นก็จัดห้องนอนให้น่านอนได้แล้ว
ที่มา blog.eduzones.com/rackan/25455 


สูตรหน้าขาวใส
อุปกรณ์
1. โยเกิร์ต 1 ถ้วย
2. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
3. น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา
4. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอน
1. นำโยเกิร์ต น้ำผึ้งและน้ำมะนาวมาผสมรวมกันคนให้เป็นเนื้อเดียวจน ข้น
2. นำเกลือมาผสมในขั้นตอนสุดท้าย
3. นำมาสครับผิวกายประมาณ 10 นาที
4. ทิ้งไว้ประมาณ15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
5. ถ้ายังมีกลิ่นโยเกิร์ตอยู่ ควรล้างสบู่อ่อน ๆ ซับผิวให้แห้งและทาโลชั่น

* ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะขาวเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=parkyongri&month=11-10-2007&group=3&gblog=4


วิธีทําให้ผิวขาว
วิธีการขัดผิวให้ขาวขึ้น

ตอน นี้เมื่อพูดถึงการดูแลรักษาผิวพรรณของสุภาพสตรี
ถามใคร ใครก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากมีสุขภาพผิวที่ดี
และที่สำคัญอยากมีผิวที่ขาวขึ้นกันทั้งนั้น
ก็เลยทำให้ผลิตภัณฑ์ประเภท Whitening ออก มาจำหน่ายกันมากมายหลายยี่ห้อ
คราวที่แล้วเราเคยแนะนำผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ช่วยทำให้ผิวหน้าขาวใสไปแล้ว
คราวนี้เรามีสูตรลับจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ช่วยขัดผิวกายให้ขาวขึ้นมาฝาก ค่ะ

อุปกรณ์ความขาว
1. เกลือเม็ดหยาบ
2. น้ำมันมะกอก
3. น้ำมะนาว

ขั้นตอน
นำ เกลือมาผสมกับน้ำมันมะกอกในปริมาณที่เหมาะสม เสร็จแล้วเติมมะนาวลงไปกะดูให้พอเข้มข้น
โดยเกลือจะทำหน้าที่ลอกผิวหนังที่ตายแล้วและทำความสะอาดผิวได้เป็นอย่างดี
ส่วนน้ำมะกอกทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น และน้ำมะนาวนี่เองที่ทำให้ผิวขาวขึ้น
แต่ ควรผสมในปริมาณน้อยเพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอาจทำให้เกิดการระคายเคือง
ขณะอาบน้ำให้ลองขัดผิวของคุณด้วยส่วนผสมดังกล่าวแล้วล้างออก
ผิวของคุณจะเหมือนลูกพีชที่จุ่มในน้ำผึ้งยังไงอย่างงั้น แต่ก็อย่าลืมนะคะ
ควรทดสอบก่อน ถ้ารู้สึกระคายเคืองให้ล้างออกแล้วหยุดใช้ทันที
ที่มาจาก fwdder.com


สูตรลับหน้าขาวใสไร้สิวด้วยมะนาว
สูตร ลับหน้าขาวใสไร้สิวด้วยมะนาวสูตรง่ายๆที่ใครก็สามารถทำได้ด้วยมะนาว
ที่ทุกๆ บ้านต้องมีติดไว้ สูตรหน้าขาวที่ไม่เป็นอันตราย
เพราะเป็นสูตรจากธรรมชาติแท้ 100 %

ส่วนประกอบ
1. มะนาว 1 ลูก
2. มีด
3. ถ้วยใบเล็กๆหรืออ่างใบเล็กๆ
4. ที่คาดผมหรือหมวกคลุมผม

ขั้นตอนการทำ
ต้ม น้ำให้อุ่นๆไม่ร้อนเกินไปล้างมะนาวให้สะอาด ผ่ามะนาวออกเป็นซีกๆ
แกะเมล็ดออกให้หมด บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วยไว้ เปลือกเก็บไว้ไม่ต้องทิ้ง
ล้างหน้าให้สะอาด ด้วยน้ำอุ่นที่เตรียมไว้กับสบู่หรือโฟมล้างหน้า
แล้วซับหน้าให้สะอาดและแห้งสนิท หลังจากนั้นใช้เปลือกมะนาวชุบน้ำมะนาวเช็ดให้ทั่ว
ไล่จากหน้าผากแล้วไปที่แก้มทั้ง 2 ข้าง จมูกและคาง อย่าถูกแรง ควรถูกคลึงเบาๆให้ทั่วทั้งใบหน้า
เปลี่ยนเปลือกมะนาวบ้างก็ได้เช็ดถูจนน้ำมะนาวหมดแก้ว เสร็จแล้วพักหน้าทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง

อาจจะหลับพักสายตา หรือนั่งอ่านหนังสือ ทำงานบ้าน แล้วแต่สะดวก
หากมีเวลาว่างอาจจะพักหน้าหลายๆชั่วโมงก็ได้
แล้วจึงล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หรือโฟมล้างหน้าจนสะอาด
หากคุณทำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งผิวหน้าของคุณจะขาวใสเรียบเนียน
ไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางราคาแพงตามท้องตลาดให้เปลืองตังค์เลย
ง่ายๆเพียงเท่านี้คุณก็ทำได้ง่ายๆที่บ้าน
ที่มา https://thaisutra.blogspot.com/2009/07/blog-post_13.html


มีเคล็บลับบำรุงผิวหน้ามาฝากกัน 2 สูตร ใครที่อยากจะมีผิวสวยใส
ด้วยวิธีง่าย ๆ ก็ลองนำไปทำดูได้นะคะ ส่วนผสมต่าง ๆ มีดังนี้ค่ะ

มีเคล็บลับบำรุงผิวหน้ามาฝากกัน 2 สูตร ใครที่อยากจะมีผิวสวยใส
ด้วยวิธีง่าย ๆ ก็ลองนำไปทำดูได้นะคะ ส่วนผสมต่าง ๆ มีดังนี้ค่ะ

สูตรผิวสวย
1. โยเกริต์ 1 ถ้วย
2. ผงขมิ้น ผงไพร อย่างละ 1 ช้อนชา
3. ผงนมสำหรับนวด 1 ซอง

นำ ส่วนผสมทั้งหมด มาผสมเข้าด้วยกันแล้วนวดให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำตัว
พอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า
ทำเพียงสัปดาห์ละครั้ง เท่านี้คุณก็จะมีผิวที่ขาวใส ดูมีน้ำมีนวลขึ้น
สำหรับสูตรนี้ก่อนจะทำการนวดหรือพอกให้อาบน้ำก่อนนะคะ
เมื่อนวดและพอกทิ้งไว้แล้วให้ล้างน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวไม่ต้องฟอกสบู่ซ้ำ อีก

สูตรหน้าขาวใสด้วยธรรมชาติ
1. แป้งดินสอพอง
2. ขมิ้นหรือไพร
3. มะขามเปียกหรือมะนาว

ละลาย ดินสอพองไม่ต้องแฉะมากให้พอข้น แล้วผสมไพรหรือขมิ้น
และมะนาวหรือมะขามเปียก ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน
นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
ใบหน้าของคุณก็จะขาวใสขึ้นค่ะ
ร่วมเผยแพร่ข้อมูลเพื่อความรู้คู่ประชาชน
รวบรวมโดย... ทีมงานสยามดารา

สูตรผิวสวย
1. โยเกริต์ 1 ถ้วย
2. ผงขมิ้น ผงไพร อย่างละ 1 ช้อนชา
3. ผงนมสำหรับนวด 1 ซอง

นำ ส่วนผสมทั้งหมด มาผสมเข้าด้วยกันแล้วนวดให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำตัว
พอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า ทำเพียงสัปดาห์ละครั้ง
เท่านี้คุณก็จะมีผิวที่ขาวใส ดูมีน้ำมีนวลขึ้น
สำหรับสูตรนี้ก่อนจะทำการนวดหรือพอกให้อาบน้ำก่อนนะคะ
เมื่อนวดและพอกทิ้งไว้แล้วให้ล้างน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวไม่ต้องฟอกสบู่ซ้ำ อีก

สูตรหน้าขาวใสด้วยธรรมชาติ
1. แป้งดินสอพอง
2. ขมิ้นหรือไพร
3. มะขามเปียกหรือมะนาว

ละลาย ดินสอพองไม่ต้องแฉะมากให้พอข้น แล้วผสมไพรหรือขมิ้น และมะนาวหรือมะขามเปียก
ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
ใบหน้าของคุณก็จะขาวใสขึ้นค่ะ
ร่วมเผยแพร่ข้อมูลเพื่อความรู้คู่ประชาชน
รวบรวมโดย... ทีมงานสยามดารา
ที่มา http://dek-d.com/board/view.php?id=1156614


ลองศึกษาแล้วไปทำดูนะครับ
หันมาใช้วิธีทางธรรมชาติกันเยอะๆนะครับ
เพราะธรรมชาติมันไม่ทำลายเรา
อยากเห็นทุกคนหน้าขาวผ่องใสกันทุกคนครับ

บทความอ่านเล่นที่จะเปิดวิสัยทัศน์ของคุณให้กว้างไกล

สมุนไพรช่วยให้หน้าขาว



   ดูเหมือนว่าสาวชาวไทยจะถูกกระตุ้นเตือนให้ต้องเป็นสาวผิวขาว หรือหน้าขาว ตั้งแต่เช้าจนถึงก่อนนอน จึงจะเป็นสาวสวยได้ในปัจจุบันสมัย แต่จะรู้กันบ้างหรือไม่ว่าสีผิวของเรานั้นมันมีเหตุปัจจัยให้เป็นสีนั้นสีนี้ ลองมาฟังคำอธิบายกัน
คอลัมน์ “คนงามเพราะแต่ง” ใน อภัยภูเบศรสาร เดือนมิถุนายน 2549 เขียนโดย เภสัชกรหญิงวัจนา สุจีรพงศ์สิน แห่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี อธิบายว่า สีผิวของคนเรานั้นเกิดจากเม็ดสีที่อยู่ในชั้นผิวหนังเรียกว่า “เมลาโนไซท์” ที่สร้างเมลานิน อันเป็นสารสีที่อยู่ในผิว มี 2 ชนิดด้วยกัน คือยูเมลานิน ให้สีน้ำตาลและดำ กับแฟโอเมลานิน ให้สีเหลืองจนถึงน้ำตาลแดง สัดส่วนของเมลานินทั้งสองที่ต่างกันทำให้ผิวของเรามีสีที่ต่างกัน 

เครื่องสำอางในท้องตลาดมีส่วนผสมของสารเคมีที่ช่วยให้หน้าขาวอยู่หลายชนิด เช่น ไฮโดรควิโนน จะลดการสร้างเม็ดสีในชั้นผิวหนัง ทำให้หน้าขาวเร็ว แต่จะมีปัญหาในระยะยาว เพราะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีมากขึ้นจนเป็นฝ้าถาวรได้ กรดวิตามินเอ เป็นสารอีกกลุ่มหนึ่งที่ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว อาจเกิดการระคายเคืองได้ ต้องใช้ภายใต้ความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

สำหรับ สมุนไพรที่ช่วยให้หน้าขาว มีรายงานวิจัยว่า สมุนไพรที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีมีอยู่หลายชนิด แต่ต้องอาศัยระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่นานกว่า เช่น มะหาด สารสกัดจากชะเอม สารสกัดจากมะขามป้อม ต่างมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ช่วยสร้างเม็ดสี ทำให้ผิวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ หรือในอีกกลุ่ม สมุนไพร ที่มีฤทธิ์เร่งการผลัดเซลล์ผิว ก็มีส่วนช่วยให้ ผิวขาวได้ เช่น มะขาม ที่มี AHA จากธรรมชาติ ข้าวกล้อง ที่มี Phytic acid ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและช่วยยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสี พืชตระกูลส้ม มะนาวที่มีวิตามินซีกระตุ้นการผลัดเซลล์ ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส 
เภสัชกรหญิงวัจนาบอกว่า ผลิตภัณฑ์ทำ ให้หน้าขาวที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ น่าจะเป็นทางเลือกให้หน้าขาวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพกว่า แม้ให้ผลช้าหน่อย แต่ก็ดีกว่าเสี่ยงกับสารเคมี.


อยากให้ทุกคนใช้ธรรมชาติมาดูแลผิวพรรณของตัวเองนะครับ
อย่าไปใช้สารเคมีกันมากเพราะมันจะออกฤทธิ์ตอนไหนเราก็ไม่ทราบ
แล้วสุดท้ายแทนที่จะสวยจะหล่ออาจจะกลายเป็นเละไปเลยก็ได้นะครับ
ด้วยความเป็นห่วง

ยาสมุนไพรรักษาสิว

สิวเป็นโรคเรื้อรัง พบบ่อยมากเป็นอันดับต้นๆ ของปัญหาโรคผิวหนัง มักเป็นในวัยรุ่น แต่บางครั้งเลยวัยรุ่นไปแล้วก็อาจเป็นได้ ลักษณะที่บ่งบอกว่าเป็นสิวคือ เป็นเม็ดสิวอุดตันที่เรียกกันว่า คอมมิโดน ถ้าเป็นเม็ดนูนเล็กๆ ไม่มีรูเปิดเรียก สิวหัวขาว ถ้ามีรูเปิดที่ผิวหนังมองเห็นเป็นจุดดำอยู่ตรงกลางเรียกสิวหัวดำ นอกจากนี้อาจเกิดเป็นตุ่มนูนเล็กๆ แดงๆ อาจเห็นเป็นตุ่มหนอง ,หรือตุ่มนูนแข็งเม็ดโต หรือตุ่มแดงอักเสบแบบถุงซีสต์ที่เรียกกันว่า สิวหัวช้าง สิวที่สร้างความวิตกมากคือ สิวบริเวณใบหน้า ซึ่งเป็นบริเวณที่พบบ่อย ในบางรายอาจเกิดบริเวณ คอ , หลัง, อก, สาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ ฮอร์โมนเพศ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมไขมันโตเต็มที่ผลิตน้ำมันมากขึ้น ท่อของต่อมไขมันหนาตัวมีการอุดตัน น้ำมันระบายออกไม่ได้คั่งค้างอยู่ภายใน เชื้อแบคทีเรียที่อยู่บริเวณนี้แบ่งตัวเพิ่มขึ้น ย่อยสลายไขมันทำให้เกิดความระคายเคือง และท่อต่อมไขมันแตกออก กรดไขมันออกสู่บริเวณข้างเคียงเกิดเป็นสิวอักเสบขึ้น ความรุนแรงของสิวแต่ละคนแตกต่างกันไป บางรายเป็นมากบางรายเป็นน้อย สิวอักเสบอาจกำเริบได้ในช่วงมีความเครียด เช่น อดนอน หรือในผู้หญิงช่วงใกล้มีประจำเดือน นอกจากนี้การบีบแกะสิว จะกระทบกระเทือนและนำเชื้อโรคเกิดการอักเสบมากขึ้น และมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นเมื่อสิวหายแล้ว
สิวแบ่งเป็น 2 ชนิด
1.สิวไม่อักเสบ เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน (COMEDONE) แบ่งเป็น 2 ชนิด 
1.1 สิวหัวปิด เห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ หัวขาว ๆ 
1.2 สิวหัวเปิด หรือสิวหัวดำ 
2.สิวอักเสบ คือสิวที่หัวแดง ๆ หรือ เป็นหนอง พวกนี้ก็คือ (COMEDONE) ที่มีการติดเชื้อ(BACTERIA) แทรกซ้อน 
ดังนั้น ถ้าเป็นสิวอักเสบ การทำความสะอาด ใบหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ และการป้องกันไม่ให้มีการอุดตันที่รูขุมขน 
(COMEDONE) โดยการใช้น้ำเปล่าล้างหน้าในตอนกลางวัน ก็พอจะช่วยให้สิวลดลงหรือป้องกันไม่ให้สิวใหม่เกิดขึ้น 
แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบ คงต้องปรึกษาแพทย์ เพราะต้องใช้ปฏิชีวนะ (กินหรือทาแล้วแต่ความรุนแรงของสิว) 
สิวอักเสบควรจะต้องรีบรักษา ถ้าไปแกะหรือบีบหนองออก จะเป็นรอยแผลเป็น บุ๋มตลอดไป รักษายากมาก 
การนอนดึกทำให้สิวเพิ่มขึ้น ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นสิวอักเสบ อาจเป็นเพราะ 
1.ร่างกายอ่อนแอ เชื้อ Becteria ในสิวทำให้มีการอักเสบมากขึ้น 
2.Hormone เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะใน ผู้หญิง ตัวอย่างเช่น บางคนประจำเดือน หรือขณะตั้งครรภ์ 
จะมีสิวเพิ่มขึ้น

สมุนไพรที่ใช้รักษาสิวได้แก่
ว่านหางจรเข้ล้างหน้าเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด ใช้วุ้นจากใบสดทาบริเวณที่มีอาการ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ปล่อยให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออก
ข้อควรระวัง ต้องล้างยางสีเหลืองจากขอบใบออกให้หมดก่อนใช้ เนื่องจากมีฤทธิ์ระคายเคืองมาก อาจทำให้เกิดการแพ้ สำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่าย อาจทดลองทาวุ้นบริเวณท้องแขนดูก่อน หากมีผื่นแดงหรือคันไม่ควรใช้ทาหน้า
ทุเรียน
: ลดปัญหาสิวสาว
ส่วนผสม1.เนื้อทุเรียนสุกพอห่าม(สุกไม่มาก)
2.ดินสอพอง

วิธีทำใช้เนื้อทุเรียนสุกพอห่าม หรือจะเป็นเนื้อทุเรียนดิบ หั่นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 3-5 ช้อนแกง (หรือกะเอาพอประมาณ) ปั่นรวมกับดินสอพอง 1/4 ช้อนแกง ปั่นให้เป็นเนื้อเนียนข้น
วิธีใช้ใช้ทาทั่วผิวหน้า (เว้นรอบดวงตาและปาก) หรือบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด (ธาตุกำมะถันในทุเรียนจะช่วยให้เม็ดสิวแห้งเร็วได้)
เห็นอย่างนี้แล้วรีบหามาใช้กันเลยนะครับ
ดูแลผิวพรรณตัวเองบ้างครับด้วยความเป็นห่วง

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สวยด้วยสมุนไพร


ผัก-ผลไม้

สวยด้วยสมุนไพร

สูตรที่ 1
สูตรหน้าเนียนเรียบลื่น
ส่วนผสม
ว่านหางจระเข้ 2 ใบ
ใบชะพลู 10 ใบ
ไข่ไก่ 1-2 ฟอง
วิธีผสม
1. นำว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือกให้หมด
2. เลือกใบชะพลูเฉพาะยอดอ่อนๆ ล้างให้สะอาด นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
3.  นำส่วนผสมทั้ง ๒ ชนิดมาปั่นให้ละเอียด แล้วผสมไข่ไก่ลงไปเพียง ๑ ฟองก่อน ให้รู้สึกว่าได้ครีมเหนียวและข้นเข้ากันดี หากยังข้นมากเกินไป ให้สังเกตว่า เมื่อพอกที่หน้าแล้วจะต้องติด ก็ให้เติมไข่ไก่ได้อีกเล็กน้อย ปั่นอีกครั้งให้เข้ากัน
วิธีใช้
นำสูตรผสมที่เตรียมไว้ พอกให้ทั่วใบหน้าที่ทำความสะอากเรียบร้อยและเช็ดแห้งสนิทแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ ๑๕ – ๒๐ นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับหน้าให้แห้ง เท่านี้ผิวหน้าคุณก็จะลื่นเนียน จนคุณสังเกตได้ ควรทำเป็นประจำสัปดาห์ละ ๓ – ๔ ครั้งอย่างสม่ำเสมอ
สูตรที่ 2
สูตรขจัดรอยตีนกา
ส่วนผสม
ยอดตำลึง ๑/๒ ถ้วย
น้ำผึ้งแท้ ๑/๒ ถ้วย
วิธีผสม
1. นำยอดตำลึงมาล้างให้สะอาด
2. นำไปปั่นรวมกับน้ำผึ้งแท้จนละเอียด รวมเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้เนื้อครีมข้นและเหนียว

วิธีใช้

ใช้ สำหรับพอกหน้าที่สะอาดแล้ว ก่อนเข้านอน ให้พอกทิ้งไว้ประมาณ ๑๕ – ๒๐ นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์ละ ๓ – ๔ ครั้ง หรือหากมีเวลาพอ ก็อาจจะทำมากกว่านั้นก็ได้ จะยิ่งทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้น และบำรุงได้มากขึ้นอีกด้วย การบำรุงผิวหน้าจากยอดตำลึงและน้ำผึ้งแท้อยู่เป็นประจำ จะรู้สึกได้ว่าไม่กี่ครั้งที่ทำ ผิวหน้าจะดูดีขึ้น เต่งตึง และปราศจากรอยตีนกา

บทความดีๆน่าอ่านมากมาย

สวยด้วยสมุนไพรไทย


ขมิ้น…
เป็นสมุนไพรไทยอีกอย่างที่มีคุณสมบัติมากมาย แต่คุณสมบัติที่เรารู้จักกันดีก็คือช่วยรักษาโรคผิวหนังและประทินผิวพรรณให้สวยงามได้…
ไพล...
ก็เป็นอีกอย่างที่มีคุณสมบัติเด่นคือแก้ฟกช้ำและประทินผิวได้ด้วย…
เกลือ…
ใช้รับประทานก็ดีเสริมความงามก็ได้เพราะ ช่วยลอกผิวหนังที่ตายแล้ว ขมิ้นและไพลสามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยาแผนโบราณ บริเวณท่าพระจันทร์จะมีหลายร้านหรือจตุจักรนะค่ะรับรองได้ผลร้อยเปอร์ เซนต์…
ส่วนผสม…
มีขมิ้นผง 1 ช้อนชา และไพลผง 3 ช้อนชา มีทั้งเกลือป่น 1 ช้อนชาแล้วก็น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ…
นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกันพอข้น แล้วคุณก็เริ่มลงมืออาบน้ำถูสบู่ให้เหงื่อไคลหมดเสียก่อน จากนั้นนำส่วนผสมที่ว่าค่อยๆ ชโลมตัว ใช้มือลูบไล้เบาๆให้ทั่วเรือนร่างหรือเฉพาะที่ที่คุณต้องการ กลิ่นของสมุนไพรอาจไม่คุ้นจมูกคุณนัก บางคนดมกลิ่นไพลไม่ได้เลย แต่ต้องทนเพื่อความสวย การสูดดมสมุนไพรทำให้การหายใจของเราดีขึ้นแบบอโรมาเท ราพีล้างออกให้สะอาด จะพบว่าผิวของคุณเหลืองเพราะขมิ้น ดังนั้นใช้สบู่ล้างสีขมิ้นออกอีกครั้งเช็ดตัวให้แห้ง ลองเอาหน้าแนบและสูดดมที่บริเวณแขน เท่านี้คุณก็รู้สึกว่าผิวพรรณนุ่มเนียนแบบไทยแล้วหล่ะ…!!!
ถ้าขณะที่ครีมปกคลุมผิวอยู่แล้วคุณรู้สึกแสบนิด ๆ ไม่ต้องเป็นกังวลนะค่ะ นั่นเป็นเพียงอาการซืมซับสารของผิวหนังเท่านั้น ไม่อันตรายค่ะ ผิวสวย ที่มาพร้อมกับความประหยัดอย่างนี้จะพลาด ง่าย ๆ ได้อย่างไร ใช่มั๊ยค่ะ สวยด้วยขัดผิวกาย ผสมส่วนผสมต่าง ๆ คลุกให้เข้ากันด้วยช้อนไม้ขนาดใหญ่ ต่อ
จาก นั้นขั้นตอนสุดท้าย ให้นำเอาส่วนผสมที่ได้ ไปแช่ไว้ที่ช่องแข็งในเครื่องทำความเย็น หรือตู้เย็นนั่นเอง ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น คุณก็สามารถนำครีมที่คุณผสมเองมาลูบไล้ตามตัวและทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงค่อยล้างออก
บทความดีๆน่าอ่านมากมาย

สมุนไพรเพื่อความงาม

สมุนไพรเพื่อความงาม

หากพูดถึง “ความงาม” แล้ว คุณผู้หญิงหรือท่านผู้ชายก็คงจะไม่ปฏิเสธว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปัจจัยอื่นในการดำรงชีวิต แต่ถ้าเราจะมองกันไปแล้ว “ความงาม” นั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัวของเรามีสุขภาพจิตและสุขภาพกายดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน โดยปกติสุขภาพจะดีมาก-น้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม การรับประทานอาหาร และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข เมื่อร่างกายกินได้ ถ่ายคล่อง ผิวพรรณดี และสุขภาพแจ่มใส ” ความงาม” ก็จะบังเกิดขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย
สมุนไพรเพื่อความงามสำหรับผิวหน้าใบหน้า คือ ด่านแรกที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจของผู้พบเห็น แต่หลายๆคนกำลังประสบปัญหาผิวหน้าไม่เรียบสวย เพราะเม็ดสิวและรอยแห้งกร้านด้วยจุดด่างดำของกระและฝ้า จนต้องเสียเงินทองมากมายเพื่อเข้าสถานเสริมความงาม หรือหาซื้อยามารักษา จึงอยากแนะนำให้ใช้สมุนไพรพืชผักและผลไม้ที่มีอยู่ทั่วไป แต่มีคุณประโยชน์มากมายทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารบำรุงผิวธรรมชาติที่ช่วยดูแลผิวพรรณให้ชุ่มชื้นผ่องใสอ่อนไวอยู่เสมอ
1. ว่านหางจระเข้ (Aloe indica Royle)คุณค่าของว่านหางจระเข้มีมากมาย นอกจากใช้รักษาโรคแล้ว ยังใช้บำรุงผิว บำรุงเส้นผมได้ด้วย ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า มีแชมพูสระผม และเครื่องสำอางหลายอย่าง ที่ใช้ว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบ และกำลังเป็นที่นิยมของคนทั่วไป เนื่องจากว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้กระบวนการเมตะโบลิซึม ทำงานได้เป็นปกติ ลดการติดเชื้อ สลายพิษของเชื้อโรค กระตุ้นการเกิดใหม่ ของเนื้อเยื่อส่วนที่ชำรุด ฉะนั้น ว่านหางจระเข้จึงถูกนำมาใช้ เพื่อบำรุงผิวพรรณ ผู้ที่ใช้ว่านหางจระเข้บำรุงผิวพรรณอยู่เป็นประจำ จะรู้สึกได้ชัดว่า ว่านหางจระเข้มีส่วนช่วย ให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดชื่น มีน้ำมีนวล และยังสามารถขจัดสิว และลบรอยจุดด่างดำได้ด้วย
การใช้ว่านหางจระเข้ เพื่อบำรุงผิว โดยปอกเปลือกออก ใช้แต่เมือกวุ้นสีขาวใส ที่อยู่ภายใน ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแพ้ ก่อนใช้ควรตรวจสอบว่า ตนเองจะเกิดอาการแพ้หรือไม่ โดยใช้น้ำที่ได้จากวุ้นสีขาว ของว่านหางจระเข้ ทาตรงบริเวณโคนหู แล้วทิ้งไว้สักครู่ ถ้าเกิดการระคายเคืองเป็นผื่นแดง แสดงว่าแพ้ ไม่เหมาะที่จะใช้กับผิวหน้าอีกต่อไป ถ้าไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถใช้ได้ตลอด แต่บางคนก็จะเห็นผลได้เหมือนกัน เมื่อใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณหัวสิว จะทำให้หัวสิวแห้งเร็ว
นอกจากนี้ ว่านหางจระเข้ยังสามารถลดความแห้งกร้าน และลดความมันของผิวหน้าได้ โดยคนที่มีผิวมัน ก็จะช่วยให้ลดความมัน คนที่มีผิวหน้าแห้ง ก็ยังรักษาความชุ่มชื่นของผิวไว้ได้
2. งา (Sesamum indicum Linn. S. orientle. L)เป็นพืชล้มลุก ให้เมล็ดเป็นจำนวนมาก เมล็ดงามีทั้งสีดำ และสีขาว ในเมล็ดงามีน้ำมันอยู่ ประมาณ 45-54% น้ำมันงามีกลิ่นหอมน่ารับประทาน วิธีใช้ โดยการนำเอาเมล็ดงาสด มาบีบน้ำมันงาออก โดยไม่ผ่านความร้อน ใช้ทาผิวหนัง เพื่อบำรุงผิวพรรณ ให้ผุดผ่อง ช่วนประทินผิวให้นุ่มนวล ไม่หยาบกร้าน
3. แตงกวา (Cucumis sativas Linn.)จะมีวิตามินสูง ในผลแตงกวายังมีเอ็นไซม์ cryssin ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนได้ เอ็นไซม์ชนิดนี้ จะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้าน ให้หลุดออกไป เพื่อให้ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม เกิดขึ้นมาแทนที่ บางคนใช้แตงกวาสด ผ่าเป็นชิ้นบางๆ วางบนใบหน้าที่ล้างสะอาด แทนน้ำแตงกวา ปัจจุบัน มีน้ำแตงกวาผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมล้างหน้า ครีมทาตัว เพื่อช้วยให้ผิวไม่หยาบกร้าน และช่วยสมานผิว แตงกวาเป็นสมุนไพร ที่หาง่าย มีประโยชน์ ราคาถูก ใช้ติดต่อกับเป็นประจำ จะทำให้สวนสดชื่น มีน้ำมีนวล
4. มะเขือเทศ (Lycopersicon esculentum Mill.)ในมะเขือเทศ จะมีสาร Curotenoid และมีวิตามินหลายชนิด น้ำจากผลมะเขือเทศสุก จะมีสาร licopersioin ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรีย และน้ำมะเขือเทศสด นำมาพอกหน้า จะรักษาสิวสมานผิวหน้าให้เต่งตึง หรืออาจจะฝานบางๆ แปะลงบนผิวหน้าก็ได้
5. ขมิ้นชัน (Curcuma Longa Linn.)ในขมิ้น จะมีสาร Curcumin และมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีกลิ่นเฉพาะ ขมิ้นมีฤทธิ์ยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด ใช้ทาผิวที่มีผดผื่นคัน ผงขมิ้นใช้ทาตัว เพื่อให้มีสีเหลืองทอง ใช้บำรุงผิว และช่วยฆ่าเชื้อ ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังบางชนิด ได้อีกด้วย
6. น้ำผึ้ง (Apis dorsata)ได้จากผึ้ง ประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส ฟรุคโตส ขี้ผึ้ง อัลบูมินอยด์ ละอองเกสรดอกไม้ และฮอร์โมนเอสโตรเจน จำนวนเล็กน้อย น้ำผึ้งใช้เป็นส่วนประกอบ ของเครื่องสำอาง ใช้พอกหน้า ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น น้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว น้ำผึ้ง เป็นเครื่องสำอางจากธรรมชาติ ที่ให้ประโยชน์สูง และหาง่าย นอกจากนี้ ยังใช้น้ำผึ้งบำรุงผม ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะช่วยบำรุงหนังศีรษะ และกระตุ้นการงอกของเส้นผม
7. มะขามเปียก (Tamarindus indica Linn)มะขามเปียกมีประวัติการใช้มายาวนาน ช่วยชำระสิ่งสกปรกจากผิวหนัง เพราะฤทธิ์ที่เป็นกรดอ่อนๆ ในมะขาม จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากผิวหนังได้ดี ปัจจุบัน ได้มีหญิงไทยจำนวนมาก ใช้มะขามเปียกผสมน้ำอุ่น และนมสดให้เข้ากันดี พอกบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยด้าน เช่น ตาตุ่ม ข้อศอก ฝ่ามือ ที่มีรอยกร้านดำ และบริเวณรักแร้ ขาหนีบ เพื่อให้ผิวหนังที่เป็นรอยดำจางลง ทำให้ผิวขาวนุ่มนวลขึ้น และนมสดจะช่วยบำรุงผิว ให้นุ่มได้
สมุนไพรเพื่อความงามสำหรับผิวกายผิวกาย จะเปล่งปลั่งนุ่มนวลไร้รอยกร้าน และรอยหมองคล้ำ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารการกิน การออกกำลังกาย และยังมีการถนอมผิว บำรุงผิวอีกหลายๆรูปแบบ สมุนไพรพื้นๆ ที่มีอยู่ทั่วๆไปเอามาใช้บำรุงผิว ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดีจึงอยากบอกต่อ รับรองว่าผิวคุณจะสวยขึ้นแน่นอน
สมุนไพรเพื่อความงามสำหรับเส้นผมทรงผม หรือเส้นผม เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้นได้ สิ่งที่ควรคำนึงในหารดูแลเส้นผม ได้แก่ อาหารจำพวกโปรตีนที่ได้จากเนื้อ นม ไข่ ฯลฯ และวิตามิน A,C,E,B5 ที่ได้จากผลไม้ต่างๆและธัญพืช จำพวกถั่ว งา ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ฯลฯ








สมุนไพรไทยน่ารู้

  1. ลูกใต้ใบ ตามภูมิปัญญาไทยแต่ดั้งเดิม ใช้รักษาอาการไข้ รักษาโรคตับ จากการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง พบว่า ใต้ใบไม่มีพิษต่อตับ นอกจากนี้ ยังป้องกันพิษต่อตับ ของพาราเซตตามอล ในสัตว์ทดลอง ซึ่งจะต้องศึกษาวิจัยในคนต่อไป
  2. ขี้เหล็ก ผักพื้นบ้านไทยคลายเครียด พบสารสำคัญคือ บาราคอล ผลการวิจัยในสัตว์ทดลอง พบว่า สามารถทำให้หลั่งสารสำคัญ ชื่อ 5-HT ในคนปกติ ที่มีความเครียด จะหลั่งสารชนิดนี้น้อย ซึ่งคนที่กินแกงขี้เหล็ก จะทำให้หลับสบาย ถ่ายสะดวก ปัจจุบัน มีการใช้ขี้เหล็ก มาทำเป็นยานอนหลับกันมาก ข้อควรระวัง การนำขี้เหล็ก มาใส่แคปซูลโดยตรง ไม่เหมือนที่คนโบราณ ที่กินเป็นอาหาร โดยการต้ม และนำมาแกงนั้น ก็อาจจะทำให้มีพิษต่อตับได้ ดังนั้น ควรกินแบบอาหาร โดยการต้มน้ำทิ้งก่อนนำมาแกง และไม่ควรกินติดต่อกันทุกวัน ซึ่งผลการวิจัยนี้ จะมีประโยชน์ในการทำยา อย่างปลอดภัย ต่อประชาชนต่อไป
  3. โลดทะนงแดง ต้านพิษงูเห่าในสัตว์ทดลองได้ สมุนไพรโลดทะนงแดง ในสมัยโบราณ มีการนำมาใช้กับผู้ที่ถูกงูพิษกัด แต่เนื่องจากยังขาดข้อมูล ที่เป็นวิทยาศาสตร์มาสนับสนุน เพราะการได้รับพิษงูนั้น เป็นอันตรายเกินไป และเป็นการเสี่ยงที่จะแนะนำให้ใช้ในคน แต่จากการทดลองพบว่า สมุนไพรโลดทะนงแดงสามารถยืดอายุ การตายของหนู ที่ได้รับพิษงูเห่าได้ แต่มิได้หมายถึงว่า หนูรอดตาย ผลการวิจัยนี้ ยืนยันว่า สมุนไพรชนิดนี้ มีฤทธิ์ต่อพิษงูเห่า ข้อแนะนำในการนำมาใช้ กับคน ซึ่งเป็นการเสี่ยงมาก จึงขอแนะนำให้รักษาแบบแผนปัจจุบัน คือ การรับเซรุ่ม หรือการใช้กรณีผสมผสาน หรือในภาวะเร่งด่วน เช่น ช่วงระหว่างการเดินทางในชนบท พื้นที่ที่ห่างไกลโรงพยาบาล อาจจะนำสมุนไพรชนิดนี้ มาใช้กับผู้ป่วยได้ แต่ต้องแนะนำให้รีบไปโรงพยาบาล เพื่อรับเซรุ่ม เพราะพิษงู เป็นอันตรายต่อระบบประสาท ระบบการหายใจ อาจเสียชีวิตได้ ถ้ารักษาไม่ถูกวิธี ซึ่งในการศึกษาวิจัย จะต้องมีการพัฒนาก้าวต่อไป
  4. สมุนไพรไทย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ปัจจุบัน พฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนไทย แตกต่างไปจากเดิมมาก ทำให้ได้รับสารอนุมูลอิสระ เข้าในร่างกายมากเกินความจำเป็น เช่น ผู้ที่ชอบกินของปิ้ง ย่าง เผา กินผักผลไม้ที่มีสารพิษ ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย รศ.ดร.ไมตรี สุทธจิตต์ ได้นำเอาสมุนไพร ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น ใบช้าพลู สีเสียด กานพลู ชาแห้ง ใบชาสด เปลือกต้นสะเดา ชาจีน หม่อน เมล็ดมะขาม สมอพิเภก เป็นต้น ดังนั้น ข้อแนะนำในการรับประทานอาหาร ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ ผักพื้นบ้านไทยหาง่าย สามารถป้องกันโรคได้ คนไทยควรกินผักผลไม้มากๆ ทุกๆ วัน เพื่อให้ร่างกายมีสารต้านอนุมูลอิสระ และควรกินผ้กพื้นบ้านหลากหลาย ที่มีอยู่ตามท้องถิ่น และตามฤดูกาล
  5. หญ้าหวาน ผลการวิจัยหญ้าหวาน พบว่า สารสะกัดอย่างหยาบ ของหญ้าหวาน ไม่มีผลต่อการเป็นหมัน ทั้งในระยะเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ของสมรรถภาพ ตับ ไต และค่าทางโลหิตวิทยา ในแง่ของการส่งเสริมพัฒนาสมุนไพร กอรปกับประเทศไทย กำลังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ การเร่งดำเนินการ เพื่อนำหญ้าหวาน และอนุญาตให้ใช้หญ้าหวาน แทนสารที่ให้ความหวาน สังเคราะห์จากต่างประเทศ จะทำให้ประหยัดเงินมิให้รั่วไหล ในต่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง
  6. หญ้าหนวดแมว เป็นพืชที่ปลูกอยู่ทั่วไปตามบ้าน ใช้ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว ใบอ่อนใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากมีเกลือโปแตสเซียมมาก หญ้าหนวดแมวใช้รักษานิ่วได้ ทั้งนิ่วด่าง ซึ่งเกิดจากแคลเซียม (หินปูน) ซึ่งมักจะเป็นก้อน ที่เกิดจากการดื่มน้ำที่มีหินปูน และใช้รักษานิ่วกรด ซึ่งเกิดจากกรดยูริก นิ่วจำนวนนี้ จะไม่เป็นก้อน แต่จะร่วนเป็นเม็ดทราย ไม่ทึบแสง มักเกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์ และเครื่องในสัตว์มากเกินไป ทำให้มีกรดยูริกสูง เมื่อรับประทานหญ้าหนวดแมว ซึ่งมีโปแตสเซียมสูง จะทำให้ในกรดมีฤทธิ์เป็นด่าง ทำให้กรดยูริก และเกลือยูเรต (urate) ไม่จับตัวเป็นก้อน ช้วยป้องกันไม่ให้แคลเซียม ตกค้างในไต ช่วยขยายท่อไตให้กว้างขึ้น จึงช่วยบรรเทาอาการปวด หญ้าหนวดแมว ไม่มีฤทธิ์ละลายนิ่ว ดังนั้น นิ้วก้อนใหญ่จะไม่ได้ผล ใช้ได้ดีกับนิ่วก้อนเล็กๆ ฤทธิ์ขับปัสสสาวะ ของหญ้าหนวดแมว จะช่วยกันเม็ดนิ่วเล็กๆ ให้หลุดออกมา

ข้อแนะนำ และวิธีการใช้ คือ

ใช้ยอดอ่อน (ซึ่งมีใบอ่อน 2-3 ใบ) ควรเก็บช่วงที่หญ้าหนวดแมวกำลังออกดอก เพราะจำเป็นช่วงที่มีสารสำคัญมาก (แต่ไม่ใช้ดอก) นำมาหั่นเป็นท่อนสั้นๆ ตากแดดให้แห้ง แล้วใช้ 1 หยิบมือ (2 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 แก้ว ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ดื่มขณะร้อนๆ วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร และต้องดื่มน้ำตามมากๆ

ข้อควรระวัง

  1. เนื่องจากหญ้าหนวดแมวมีเกลือโปแตสเซียมสูง จึงไม่ควรใช้กับคนที่เป็นโรคหัวใจ
  2. ควรใช้การชง ไม่ควรใช้การต้ม และควรใช้ในอ่อน ไม่ใช้ใบแก่ เพราะอาจมีสารละลายออกมามากเกินไป ทำให้มีฤทธิ์กดหัวใจ
  3. ถ้าใช้ใบสด จะมีอาการคลื่นไส้ และหัวใจสั่น จึงควรใช้ใบตากแห้ง
  4. สารจากหน้าหนวดแมว จะทำให้ยาจำพวกแอสไพริน ไปจับกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้น จึงไม่ควรใช้หญ้าหนวดแมว ร่วมกับแอสไพริน


วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สปา สครับขัดผิวสวย ง่ายๆด้วยผลไม้

ผลไม้

ภาพประกอบจาก www.thaigoodview.com

        "ผู้หญิงอย่าหยุดสวย"คำนี้คงเป็นสโลแกนของใครหลายคน งั้นลองหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์กันดีกว่า ก็ไอเดียทำสวยด้วยมือเราไงละ ถ้าคิดไม่ออกลองนึกถึงการทำสปาที่ร้านดูว่าดีมั้ย แล้ววันหยุดหันมาทำสปาขัดหน้า ขัดตัว ดู รับรองสวยสั่งได้แน่นอน
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                          ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าโดยเฉลี่ยร่างกายคนเรามีการผลัดเซลล์ผิวทุก 28 วัน  ดังนั้นการขัดผิวเดือนละ 2 ครั้ง นั้นละกำลังดี ผิวหน้าและผิวกายไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เดียวกัน  ที่ใช้สำหรับผิวหน้าต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมสครับที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ที่มีความเป็นกรดสูงสำหรับคนผิวแห้ง

        วัตถุดิบทำสปาที่บ้าน

  1.สครับนุ่มๆมะเขือเทศ พืชที่ไดรับการันตีเรื่องความกระจ่างใส เนียนนุ่ม เหมาะกับทุกสภาพผิว สามารถผสมกับวัตถุดิบหลายอย่างได้อย่างลงตัวเพื่อเพิ่มความงามให้สาวๆ

  2.สครับเส้นใย มะขามเปียกหรือสับปะรด ผลัดเซลล์ผิวได้ดีที่เดียว เพราะมีวิตามินซีเยอะ  ส่วนเรื่องของความสะอาดไม่ต้องพูดถึง สะอาดจนขี้ไคลเกลี้ยงเกลาเลยทีเดียว แต่ผลไม้สองชนิดนี้มีความเป็นกรด สาวผิวแห้งควรระวัง หากคุณเป็นคนที่ชอบสคับแต่ผิวแห้งเราแนะนำส้มเช้งก็ให้คุณสมบัติที่ไม่ต่างจากผลไม้ทั้งสองชนิดนี้

  3.ใยบวบ ช่วยในการขัดผิวตัวได้ดีเยี่ยม แต่มะละกอจะเหมาะกว่าเพราะมีความละเอียดอ่อนนุ่มและมีวิตามินซี

  4.มะนาว
 ช่วยในเรื่องของผิวที่หยาบกร้านบริเวณข้อศอก ส้นเท้าให้นุ่มขึ้น แต่ถ้าจะมาใช้กับใบหน้าก็ไม่ว่ากัน ถ้ากลัวแสบแนะนำ

  5.แตงกวาจะเหมาะกับคนผิวแห้ง ช่วยให้ใบหน้าคุณเปล่งปลั่งสดชื่นขึ้น ไม่แสบด้วย

  6.สุดท้ายมะพร้าว มีน้ำมันช่วยบำรุงผิวให้ผลลัพที่อ่อนนุ่ม ๆไม่เหมาะกับสาวผิวมัน

         เมื่อรู้วัตถุดิบที่ใช้ทำสครับไปแล้ว ลองเลือกที่ถูกใจและเหมาะกับผิวที่สุดดูคะ ลักษณะของสคับที่ดี ต้องไม่ข้นและเหนียวจนเกินไป ต้องหนืดเล็กน้อยจับตัวอยู่บนผิวได้สะดวกแก่การขัด


สปา สครับ ขัดผิว

ภาพประกอบจากwww.saboothailand.com
บทความดีๆน่าอ่านมากมาย