วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เผยเคล็ดลับการดูแลผิวก่อนนอน

ผิวหน้า
Taking off Tour Make-Up


         อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณคิดจะทำก่อนเข้านอน หากแต่การเช็ดขจัดคราบเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลรักษาผิวพรรณให้คงความงามเนิ่นนาน

         การทำความสะอาดผิวและเช็ดคราบเครื่องสำอางให้หมดจดเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานของการมีผิวสวยใสสุขภาพดี อีกทั้งยังสำคัญต่อสุขภาพร่างกายแม้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ก็สามารถผนวกเข้ากับกิจวัตรประจำวันของคุณได้อย่างไม่ยากเย็น เพื่อผลลัพธ์มหาศาลในแง่สุขภาพและความงาม

         การเช็ดผิวด้วยผ้าหรือกระดาษชำระไม่เพียงแต่เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ยังสามารถทำให้รูขุมขนอุดดัน อักเสบจนกลายเป็นสิว แต่ควรเช็ดคราบเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา เพราะมิฉะนั้นอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ และคุณจะได้นอนหลับฝันหวานไปพร้อมกับใบหน้าที่ใสสะอาด

เคล็ดลับในการดูแลผิวก่อนศีรษะถึงหมอนอย่างถูกวิธี

         icon รวบผมไว้ด้านหลังอย่าให้รกปกคลุมตามใบหน้า

         icon ผสมน้ำกับเคลนเซอร์ชนิดละลายน้ำให้เกิดฟองนุ่มนวล ลูบไล้ทั่วใบหน้าเพื่อชำระล้างคราบเมคอัพที่เกาะติดตามผิว หลีกเลี่ยงบริเวณบอบบาง เช่น รอบๆ ดวงตาที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

         icon ถ้าใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำ การใช้แผ่นสำลีอนามัยชุบโลชั่นเช็ดคราบเครื่องสำอางรอบดวงตาโดยเฉพาะ จะช่วยทำความสะอาดได้อย่างหมดจด

         icon เลือกเคลนเซอร์ที่เหมาะกับประเภทของผิวตัวเอง มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าอยู่มากมายในท้องตลาดที่ผลิตขึ้นมาสำหรับผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวมัน ฯลฯ

         icon ถ้าในแต่ละวันลงเมคอัพค่อนข้างเยอะ เป็นต้นว่ารองพื้น อาจต้องการแผ่นสำลีหรือกระดาษเช็ดหน้าช่วยในการทำความสะอาด สำหรับผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ควรหลีกเลี่ยงผ้าหรือกระดาษเช็ดหน้าเนื้อหยาบ อย่าลืมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเคลนเซอร์ให้ซึมซาบทั่วใบหน้าเสียก่อน แล้วค่อยใช้แผ่นสำลีหรือกระดาษเช็ดทำความสะอาด

         icon ล้างผิวด้วยน้ำอุ่นนิดๆ น้ำร้อนจัดหรือเย็นจัดจะทำให้ผิวอักเสบได้

         icon ล้างเคลนเซอร์ด้วยน้ำสะอาดให้เกลี้ยงเกลาหมดจด คราบเคลนเซอร์ที่ตกค้างบนผิวอาจทำให้ผิวระคายเคืองลุกลามได้

         iconใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มซับน้ำที่ใบหน้าจนแห้ง ตามด้วยทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวยามค่ำคืน แล้วทาทับด้วยครีมลดเลือนริ้วรอย

         ปัญหาผิวต่างๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ยากเย็นเกินความพยายาม หากแต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ามหาศาลผิวของคุณจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนจนมีริ้วรอยจากการทำความสะอาด ควรดูแลผิวอย่างระมัดระวังเพื่อคงความอ่อนเยาว์ของผิวไว้ตราบนานเท่านาน ระลึกไว้เสมอว่า อย่าขัดผิวหรือสักแต่ว่ารีบล้างหน้าให้เสร็จๆ ไป ก่อนนอนหากแต่ควรล้างอย่างทะนุถนอมเบามือและหมดจด เพื่อผิวที่เปล่งปลั่งไร้ริ้วรอยในทุกๆ เข้า

ดูแลผิวให้สวยงามด้วยผัก5ชนิด

บัวบก อุดมด้วยวิตามินบีรวม ซี เบต้าแคโรทีน และมีสารเอเชียติโคไซด์ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และช่วยสมานแผล

สูตร 1
 ครีมสมานผิว นำใบบัวบก 1 ถ้วย โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย และน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา มาปั่นรวมกันจนเป็นเนื้อครีม ทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20-25 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำเย็น
สูตร 2 ครีมแก้แพ้ นำใบบัวบก 1/2 ถ้วย วุ้นว่านหางจระเข้ 3 ช้อนโต๊ะ และแตงกวา 1/2 ถ้วย มาปั่นรวมกันจนละเอียด ทาบริเวณที่แพ้ มีผดผื่นคัน หรือบวมแดงจากการแพ้แดด ทาทิ้งไว้ 20-25 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น

ผักกาดหอม เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยปรับสภาพผิวให้แข็งแรง เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย

สูตร 1 ลดความหยาบกร้าน นำผักกาดหอมหั่น 1 ถ้วย โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย และวิตามินอี 1 แคปซูล (400 มก.) ปั่นรวมกันให้ได้เนื้อครีมข้น ทาทั่วใบหน้าแล้วใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ ประมาณ 2 นาที ทิ้งไว้ 25 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น
สูตร 2 ผิวขาวเนียนใส ปั่นผักกาดหอม 1 ถ้วยกับนมสด 1/3 ถ้วย วุ้นว่านหางจระเข้ 3 ช้อนโต๊ะ ไข่แดง 1 ฟอง และน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา จนละเอียดเป็นครีม ทาใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น


ผักชีฝรั่ง ในต่างประเทศนิยมนำสารสกัดจากใบและรากผักชีฝรั่งมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงฟื้นฟูผิว เนื่องจากมีแคลเซียม วิตามินบี1 บี2 และวิตามินซีสูง

สูตร 1 ลดจุดด่างดำ ปั่นรากและใบผักชีฝรั่ง 1 ถ้วย โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย และไข่แดง 1 ฟองให้ละเอียดเป็นเนื้อครีมข้น ทาทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น
สูตร 2 โลชั่นฟื้นฟูสภาพผิว นำรากและใบผักชีฝรั่ง 2 ถ้วยปั่นกับน้ำต้มสุก 1 ถ้วย กรองเอาแต่น้ำ แล้วปั่นอีกครั้งกับวุ้นว่านหางจระเข้ 1/2 ถ้วย ทาใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น

ฟักทอง อุดมด้วยวิตามินบีรวม ซี สารต้านอนุมูลอิสระ และเบต้าแคโรทีน ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นทดแทนเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ปกป้องโครงสร้างผิวจากแสงแดด มลภาวะ ลบริ้วรอย และช่วยชะลอวัย

สูตร 1 ครีมขัดหน้าขาวใส ใช้เนื้อฟักทองปอกเปลือก 1/2 ถ้วย ถั่วเขียว (แช่น้ำทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง) 3 ช้อนโต๊ะ นมสด 1/2 ถ้วย และน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นรวมกันจนละเอียดเป็นเนื้อครีม ทาให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ เน้นบริเวณหน้าผาก จมูก คาง ประมาณ 5 นาที ทิ้งไว้อีก 15 นาที ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ เช็ดออกแล้วล้างด้วยน้ำเย็น
สูตร 2 ครีมบำรุงผิว นำเนื้อฟักทองนึ่งสุก 1 ถ้วย โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันดอกคำฝอย 2 ช้อนชา มาปั่นรวมกันให้ละเอียด ทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 25 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำเย็น


ข้าวโพด นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และช่วยชะลอวัย เนื่องจากมีวิตามินซี บี1 และสารต้านอนุมูลอิสระแซนโทฟิลล์ (Xanthophyll)

สูตร 1 โลชั่นลดจุดด่างดำ ปั่นเมล็ดข้าวโพด 1 ถ้วยกับน้ำต้ม 1/3 ถ้วยจนละเอียด กรองเอาแต่น้ำ ผสมน้ำมะนาว 2 ช้อนชาและน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที ทาทับอีกครั้งแล้วทิ้งไว้อีก 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น
สูตร 2 สูตรครีมหน้าขาว-กระชับรูขุมขน ปั่นเมล็ดข้าวโพด 1 ถ้วยกับน้ำต้มสุก 3 ช้อนโต๊ะจนเป็นครีม เติมน้ำมะนาว 3 ช้อนชาและไข่ขาว 1 ฟองปั่นต่อจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาทาทั่วใบหน้า ใช้ปลายนิ้วคลึงเบาๆ เน้นบริเวณหน้าผาก จมูก คาง ประมาณ 10 นาที พอกทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยน้ำเย็น



ขอขอบคุณข้อมูลจากสยามดารา


สนับสนุนโดยผิวพรรณดีมีสง่าราศีกว่าใคร

สูตรการดูแลผิวสวย ให้อ่อนวัยทั้งหมด17วิธี

สูตรการดูแลผิวสวย ให้อ่อนวัยทั้งหมด17วิธี

ขอเอาใจสาวๆ ที่รักสวยรักงามด้วยสูตรดูแลผิวให้อ่อนวัยอยู่เสมอ

1. เตรียมตัวไปเล่นน้ำทะเล ก่อนลงเล่นน้ำทะเล ควรจะชโลมเบบี้ออยให้ทั่วตัวเสมอ แล้วค่อยใช้ทรายที่ทะเลขัดผิวก่อนที่จะไปล้างตัวด้วยการเล่นน้ำทะเล แต่ข้อสำคัญอย่าลืมทาครีมหรือโลชั่นกันแดด ไม่งั้นผิวสวยๆ จะไม่สวยได้นะ

2. ส่วนผู้ที่มีผิวบอบบาง ควรป้องกันผิวจากรังสียูวี ด้วยการชโลมน้ำมันอัลมอนด์ลงในผิวกายทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือใช้น้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว ก็ช่วยป้องกันผิวจากแสงแดดได้เหมือนกัน

3. สำหรับผู้ที่มีผิวเกิดการระคายเคืองง่าย ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของกรดหรือน้ำหอม สังเกตุได้บนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นๆ จะเขียนว่า "Comedogenic" หมายถึง ผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่ทำให้รูขุมขนอุดตันนั่นเอง

4. ผู้ที่มีผิวธรรมดา แต่มักจะตกสะเก็ดและคันในช่วงหน้าหนาว ขอแนะนำให้ใช้โลชั่นที่มีความชุ่มชื้น ที่ออกแบบมาสำหรับคงความชุ่มชื้นได้ ตลอด 24 ชั่วโมง

5. ผู้ที่อยากมีผิวขาวเนียนสว่าง ทำได้โดยนำมะขามเปียกมาขัดถูผิวเวลาอาบน้ำ จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่มไม่แห้งแตก ยิ่งในช่วงหน้าหนาวด้วยยิ่งดีใหญ่ เพราะจะช่วยบำรุงผิวให้นุ่มเนียนสัมผัสมากยิ่งขึ้น

6. ใส่ใจใบหน้าให้ใสปิ้ง ควรดื่มน้ำแร่อย่างน้อย 1.5 ลิตรทุกวัน จะช่วยให้ผิวพรรณและใบหน้าสดใส

7. ใช้น้ำแร่เย็นเฉียบล้างหน้าเป็รประจำเช้า-เย็น จะช่วยลดรอยขรุขระบนใบหน้าได้ น้ำเย็นยังช่วยให้ผิวหน้าปรับสภาพและคืนสมดุลได้อย่างเป็นธรรมชาติ

8. ใครๆหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าผิวหน้าก็หิวน้ำได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น หมั่นฉัดสเปรย์น้ำแร่ให้ใบหน้าควความชุ่มชื้นได้ตลอดวัน

9. วิธีที่ช่วยเพิ่มความชุมชื้นและเป็นสารอาหารบำรุงผิวหน้า ให้นำน้ำผึงมาอุ่นให้ได้อุณหภูมิพอเหมาะ แล้วพอกมาทั่วใบหน้าและลำคอ

10. ลองใช้น้ำผึ้งมาผสมน้ำนมอาบเหมือนพระนางคลีโอพัตรา วิธีนี้จะช่วยบำรุงผิวให้นุ่มนวลดูอ่อนเยาว์เสมอ

11. หากต้องการให้ผิวหน้านุ่มนวลเนียนใส ควรใช้เมล็ดอัลมอนด์บดผสมกับโยเกิร์ด พอกทิ้งไว้ 18-20 นาที และใช้น้ำล้างหน้า ต่อจากนั้นก็ใช้ผ้าสะอาดเช็ค และล้างหน้าซ้ำอีกครั้ง

12. การถนอมผิวรอบดวงตา ควรทำความสะอาดรอบดวงตาอย่างละมุนละไม โดยเฉพาะสาวไหนที่รักการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจ ควรเลือกใช้โลชั่นเช็คเครื่องสำอางค์ที่มีผลิตมาเป็นพิเศษสำหรับล้างเครื่องสำอางค์ อย่างอายแชโดว์และมาสคาร่า เป็นต้น

13. ก่อนเลือกซื้อครีมบำรุงรอบดวงตา ให้พิจารณาด้วยว่ามีส่วนผสมอะไรในครีมบ้าง เช่น ถ้าผสมชาเขียวซึ้งมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ก็จะช่วยฟื้นฟูผิวของคุณให้สดใสขึ้น หรือถ้ามีส่วนผสมของคาโมมายล์ ก็จะช่วยในการผ่อนคลาย และปลอบประโลมผิวจากอาการระคายเคืองได้ดี

14. สำหรับผู้ที่อยากชะลอริ้วรอยก่อนวัยควรเลือกครีมบำรุงดวงตาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ จะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นขณะที่วิตามินบี จะช่วยซ่อมแซมผิว และวิตามินซี ช่วยปกป้องผิวจากริ้วรอย

15. ก่อนนอน ควรดูแลผิวรอบดวงตาด้วยการใช้นิ้วมือแตะครีมบำรุงรอบดวงตา แล้วถูเนื้อครีมให้เข้า
กัน วิธีนี้จะช่วยให้เนื้อครีมผสมผสานทำงานได้ดีขึ้น แล้วแตะเบาๆ บนผิวรอบดวงตา ปล่อยให้เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวจะช่วยบำรงและชะลอริ้วรอยเพื่อนผิวหน้าสดใส

16. ส่วนครีมบำรุงรอบดวงตาตอนเช้า ควรเลือกชนิดเจลที่มีส่วนผสมของวิตามินที่ช่วยลดริ้วรอยและปกป้องแสงแด ทั้งนี้ไม่ควรใช้ครีมสำหรับบนใบหน้าทาบริเวณรอบดวงตา เพราะบางชนิดเนื้อครีมจะมีวคามเข้มข้นสูง และมีส่วนผสมของน้ำหอมและสี ซึ่งอาจทำให้ดวงตาเกิดการระคายเคืองได้

17. คนไหนชอบนอนดึก สามารถแก้ขอบตาดำคล้ำได้ด้วยการฝานมันฝรั่งบางๆ แล้ววางลงบนเปลือกตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ 10 นาที น้ำและความชุ่มชื้นจากมันฝรั่งจะซึมซาบเช้าสู่ผิว ช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาจางลงได้

สนับสนุนโดยผิวพรรณดีมีสง่าราศีกว่าใคร

วิธีการดูแลให้ผิวสวย แบบง่ายๆ

วิธีการดูแลให้ผิวสวย แบบง่ายๆ

อันดับแรก!!  คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณมีสภาพผิวอย่างไร อาทิเช่น มีผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามสภาพผิว ซึ่งการดูแลผิวขั้นพื้นฐานนั้นสำคัญที่สุด มี ขั้นตอนหลัก     ขั้นตอนแรกคือ คลีนซิ่ง หรือการทำความสะอาด อันนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลผิว เลยกว่าได้ เพราะหากเราไม่ทำความสะอาดผิวให้ดีพอ จะทำให้สิ่งสกปรกตกค้างภายในรูขุมขน และเกิดการอุดตัน จนเป็นสิวได้หรืออาจเกิดริ้วรอยได้เช่นกันเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างไร ถึงจะดี?
ขั้นตอนที่ การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว
       ถ้าคุณแต่งหน้าเยอะควรใช้คลีนซิ่ง ครีมคลีนซิ่ง โลชั่น หรือคลีนซิ่ง เจล เพราะจะช่วยขจัดเมกอัปได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณผิวมัน แต่งหน้าเยอะเลือกใช้คลีนซิ่งชนิดโลชั่น หรือเจล หากผิวแห้งแต่งหน้าเยอะก็เลือกใช้ชนิดครีมค่ะ อย่าลืมใช้คลีนซิ่ง โฟม ด้วย เพราะโฟมจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ติดค้างภายในรูขุมขนอีกครั้งหนึ่ง
       ขั้นตอนที่ โลชั่นปรับสมดุลผิว
       ขั้นตอนนี้คนส่วนใหญ่มองข้ามไปเลย เพราะนึกว่าไม่สำคัญ ล้างหน้าเสร็จปุ๊บ ตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เลย ซึ่งถือว่าเป็นเข้าใจผิดอย่างมหันฑ์ เพราะขั้นตอนการใช้โลชั่นปรับสมดุลผิวนี้จะช่วยให้ผิวอ่อนนุ่ม ไม่แห้งตึง หลังการล้างหน้า ช่วยกระตุ้นการซึมซาบของ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้ลงสู่ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ หลังการเช็ดโลชั่น ที่ผิวหน้ายังสามารถเช็ดบริเวณลำคอ หลังมือ ข้อศอกเพื่อให้ผิวอ่อนนุ่มขึ้นได้อีกด้วยค่ะ เรียกว่าใช้ได้หลากหลายวัตถุประสงค์
      มอยส์เจอร์ไรเซอร์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดูแลผิว และเปรียบเสมือนเสื้อคลุมปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อมภายนอก คงความชุ่มชื่นให้ผิวอ่อนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
     เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างไรให้เหมาะกับผิวคุณ?
     ก่อนอื่นต้องเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด ที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ทั้งสองแบบ เหตุผลก็คือจะสามารถป้องกันทั้งการเกิด ฝ้า กระ  จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ ที่เกิดจากรังสี UVB และป้องกันการเกิดริ้วรอย ที่เกิดจากรังสี UVA และแนะนำให้ดูที่หน้ากล่อง จะระบุคำว่า SPF ค่ะ เพราะนั่นคือ ค่าป้องกันรังสีUVB หากปกป้องระหว่างวัน เลือก SPF 15 ขึ้นไป และคำว่า PA ค่าในการป้องกันรังสี UVA ที่ระบุด้วยเครื่องหมาย + ถ้าเห็นว่า มี +++ แสดงว่า  ให้การป้องรังสี UVA อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดคะ
(สำหรับอากาศในเมืองไทย ที่มีแต่ร้อน และร้อนที่สุด ควรเลือก SPF 30 และ PA ++ นะคะ)
 
       สำหรับการปกป้องระหว่างวัน และหากต้องออกแดดจัด  เลือกค่าประมาณ SPF 50 PA+++ ก็จะดีเลยค่ะ แต่ไม่ควรเลือกที่มีค่า SPF สูงมากเกินไป เพราะค่าในการป้องกันแดดแทบจะไม่แตกต่างกันเลย  และยังจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายผิวด้วยนะคะ
     
       สาวผิวมัน ควรเลือกใช้กันแดดชนิดโลชั่นนะคะ แต่ถ้าเป็นสาวผิวแห้ง เลือกใช้แบบครีมจะดีกว่า ค่ะ เพราะจะให้ความชุ่มชื้นสูง ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กันแดด ที่ให้การปกป้องและฟื้นฟูผิวไปพร้อมๆ กัน ให้เลือกมากมายค่ะ

ขอให้  สาวๆ มีผิวหน้าสวยใส กันทุกคนเลยนะคะ
ขอขอบคุณข้อมูล  ::  Flash Mag

การดูแลรักษาผิวให้สวยตามวัย

pic_no_217_h_calendar.gif


pic_no_218_p_calendar.jpgการดูแลรักษาผิวพรรณ เป็นเรื่องที่ผู้หญิงทุกคน ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ นอกจากจะเน้นถึงความสำคัญของการดูแลผิวพรรณอย่างถูกต้อง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการรับประทานอาหารที่มีคุณค่า มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดีด้วย เรียกว่า สวยทั้งภายใน และภายนอก กันเลยค่ะ

เครื่องสำอางในท้องตลาดปัจจุบันนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ นะคะ คือ Oil Base กับ Water Base เครื่องสำอางที่เป็น water Base จะซึบซาบเข้าไปดูแลใต้ผิวเราได้มากกว่า

การดูแลรักษาผิว
หลักพื้นฐานสำคัญ ของการดูแลรักษาผิวมี 4 ประการ คือ การทำความสะอาด การปรับสภาพ การกำจัดเซลล์ที่ตายแล้ว และ การให้ความชุ่มชื้น

  การทำความสะอาด (Cleansing) 
การทำความสะอาด เป็นบทบาทที่สำคัญในการดูแลรักษาผิว ผิวที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างถูกต้อง จะทำให้ เครื่องสำอาง ฝุ่นละออง สิ่งสกปรก มลพิษต่าง ๆ ที่เราต้องเผอิญทุกวัน ทับถมอุดตันอยู่บริเวณรูขุมขน อาจจะทำให้เกิด สิวอักเสบได้

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นครีมและโลชั่น จะเหมาะกับ คนผิวแห้ง มากกว่าสบู่ล้างหน้า ครีมล้างหน้า ที่ใช้เฉพาะบริเวณรอบดวงตา และลำคอจะมีส่วนผสมที่ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาและลำคอ ในขณะเดียวกันก็ให้การหล่อเลี้ยงด้วย ผิวพรรณของผู้ที่มีวัยเป็นผู้ใหญ่แล้วจำเป็นต้องได้รับการหล่อเลี้ยงเพื่อเป็นการป้องกันโดยเฉพาะหรือที่เรียกว่า อายครีม (eye cream)

  การปรับสภาพ (Toning) 
หลังจากทำความสะอาดใบหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรเช็คด้วย น้ำยาปรับสภาพผิว หรือ โทเนอร์(toner) เพื่อ กำจัดส่วนที่คั่งค้างหรือคราบสบู่ หรือผลิตภัณฑ์คลีนเซอร์ต่างๆที่หลงเหลืออยู่ และยังช่วยปิดรูขุมขนและทำให้ผิวหน้าของคุณสะอาดอย่างหมดจดสดชื่นขึ้น

  การกำจัดเซลส์ที่ตายแล้ว (Exfoliating) ขั้นตอนนี้เป็นการทำความสะอาดในส่วนที่ลึกลงไปอีก ซึ่งจะกำจัดเซลล์ที่ตายแล้ว และสิ่งไม่บริสุทธิ์ต่างๆ ที่ทับถมกันอยู่ที่บริเวณผิวหน้าออก ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกำจัดเซลส์ที่ตายแล้วนั้น มีทั้งในรูปของโลชั่น และเนื้อครีม วิธีใช้ เราควรลูบไล้เนื้อครีม ลงบนใบหน้า และถูวนเบา ๆ ยกเว้น บริเวณรอบดวงตา เพราะบริเวณนั้น เป็นเนื้อที่อ่อนมาก 

และการกำจัดเซลส์ที่ตายแล้วนั้น ยังช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และช่วยให้ผิวหายใจได้ดีขึ้น

  การให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ควรให้ความชุ่มชื้น หรือมอยเจอร์ไรเซอร์ ทุกครั้ง หลังขั้นตอนการกำจัดเซลส์ที่ตายไปแล้ว

การให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า มอยส์เจอร์ไรเซอร์ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิงทุกคน โดยจะช่วยให้การสูญเสียความชุ่มชื้น ของผิวเป็นไปช้ากว่าปกติ และยังช่วยปกป้องผิวให้พ้นจากอันตรายของมลพิษ และสิ่งแวดล้อมที่เป็นสาเหตุของผิวแห้ง 

การทา มอยส์ไรเซอร์ ควรปล่อย ให้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ซึมซาบลงสู่ผิว ก่อนที่จะแต่งหน้า หรือทารองพื้น 

สิ่งที่ควรดูแลเป็นประจำ นอกจากการทำความสะอาด และบำรุงผิวหน้าแล้ว 

 - ควรดื่มน้ำสะอาด อย่างน้อย วันละ 8 แก้ว
 - ออกกำลังกาย เป็นประจำทุกวัน
 - ทำความสะอาดใบหน้าก่อนเข้านอนทุกคืน 
 - ทำความสะอาดและดูแลเล็บมือ เล็บเท้า
 - สระผม( อย่างน้อย 2 ครั้ง / สัปดาห์ ) 
 - ดูแลตกแต่งขนคิ้ว ให้ดูสวยงาม เป็นระเบียบ
 - ดูแล และ ขัดผิวที่ด้าน บริเวณข้อศอก และส้นเท้า 
 - กำจัดขนทั้งที่ขา และรักแร้ ให้สะอาด
 - ทำจิตใจให้ร่าเริง แจ่มใส
 - ดูแลเส้นผม สีผม ให้ดูดีอยู่เสมอ
 - พบแพทย์ตรวจภายใน ตรวจมะเร็งเต้านม อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง

ปฏิทินเพื่อสุขภาพและความงาม
สำหรับผู้หญิงทุกคน
ด้วยวิธีที่ไม่ยาก



ประจำวันทุกวัน
  • ดื่มน้ำสะอาด
  • ออกกำลังกาย
  • ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว
  • ใช้ไหมขัดฟัน
  • ทำความสะอาดใบหน้าก่อนเข้านอนทุกคืน
    แล้วทาครีมให้ทั่วตลอดใบหน้าและลำคอ
ทุกสัปดาห์
  • ทำความสะอาดและดูแลเล็บมือ
  • สระผม(อย่างน้อย
    1 ครั้ง)
  • ดูแลตกแต่งขนคิ้ว
  • ดูแลและขัดผิวที่ด้านบริเวณข้อศอกและส้นเท้า
  • ออกกำลังกาย
  • กำจัดขนทั้งที่ขา
    และรักแร้
  • ทำใจให้สดใสร่าเริง
ทุกเดือน
  • ปรับสภาพเส้นผม
  • ดูแลสีผม(สำหรับผู้ที่โกรกหรือย้อม)
  • ทำความสะอาดและดูแลเล็บเท้า
  • ทบทวนการรับประทานอาหารของตัวเอง
  • ตรวจหน้าอก(เต้านม-หาส่วนที่เกิน)
ทุก 2 เดือน
  • เล็มผม
ทุก 6 เดือน
  • ดูแลสภาพทรงผม
  • ตรวจภายใน
  • หาสิ่งที่น่าสนใจใหม่ๆให้ชีวิต
  • แวะศูนย์บริการความงาม
    ใช้เวลาทั้งวัน สวยให้เต็มที่ทั้งใบหน้าและร่างกาย

สนับสนุนโดยผิวพรรณดีมีสง่าราศีกว่าใคร